วันพุธที่ 12 ตุลาคม พ.ศ. 2554

เกิดอะไรกับโลกใบนี้ มาดูเหตุการณ์ธรรมชาติแปลก ตลอดปี 2010-2011

 เปิดศักราชใหม่วันที่ 12 มกราคม 2553 เกิดแผ่นดินไหวที่ "เฮติ"ขนาด 7.0 ริกเตอร์ สร้างความเสียหายมากมายมหาศาล โดยศูนย์กลางแผ่นดินไหวอยู่ห่างจากกรุงปอร์โตแปรงซ์เมืองหลวงของประเทศเฮติ ทั้งนี้ ได้มีการประมาณว่า มีผู้ได้รับผลกระทบจากแผ่นดินไหวครั้งนี้มากกว่า 3 ล้านคน รัฐบาลเฮติรายงานว่ามีผู้เสียชีวิตเกือบ 3 แสนคน ผู้บาดเจ็บอีกกว่า 3 แสนคน และอีกกว่า 1 ล้านคนยังไม่มีที่อยู่อาศัย

   เดือนต่อมาในวันที่ 27 กุมภาพันธ์ เกิดแผ่นดินไหวขนาด 8.8 ริกเตอร์ ที่ นอกชายฝั่งแคว้นเมาเลประเทศชิลี จนเป็นเหตุให้เกิดความเสียหายของทรัพย์สินชนิด "ราบพนาสูญ"ที่น่าตกใจกว่าความเสียหายซึ่งมากมายมหาศาลแล้ว เหตุการณ์ดังกล่าวทำให้แกนโลกเอียงไปจากตำแหน่งเดิม 3 นิ้วส่งผลให้ระยะเวลาสั้นลงไป 1.26 ไมโครวินาที (1ไมโครวินาที เท่ากับ 1 ในล้านวินาที) เลยทีเดียว

  วันที่ 8 มีนาคม 2553 เกิดพายุทำให้เกิดฝนตกหนักในนครเมลเบิร์น วัดระดับน้ำฝนได้ 26 มิลลิเมตร พื้นที่อื่นวัดระดับน้ำฝนได้สูงถึง 70 มิลลิเมตร นอกจากนี้ ยังมีลูกเห็บยักษ์ที่มีเส้นผ่าศูนย์กลางถึง 4 นิ้ว หรือเท่ากับลูกเทนนิส มีประชาชนแจ้งขอรับความช่วยเหลือมากกว่า 4,000 คน

  วันที่ 20 มีนาคม 2553 เกิดการปะทุของภูเขาไฟชื่อดังในไอซ์แลนด์ จริง ๆ แผ่นดินไหวได้เริ่มต้นขึ้นนับตั้งแต่ปลายปี พ.ศ. 2552 ในครั้งนี้ ซึ่งมีการจัดดัชนีการระเบิดของภูเขาไฟอยู่ที่ระดับ 1 การปะทุครั้งล่าสุดเกิดขึ้นในวันที่ 14 เมษายนที่ผ่านมาและได้รบกวนการจราจรทางอากาศในทวีปยุโรปมหาศาล ส่งผลกระทบต่อผู้โดยสารนับล้านๆ คน

  ทิ้งท้ายกับภัยธรรมชาติในวันที่ 31 มีนาคม 2553 เกิดแผ่นดินไหวรุนแรงในอ่าวเบงกอล วัดขนาดแรงสั่นสะเทือนได้ 6.8 ริคเตอร์ที่หมู่เกาะอันดามันแอนด์ นิโคบาร์ ในอ่าวเบงกอล

  เดือนถัดมาเรียกว่า "ภัยธรรมชาติ" หายใจรดต้นคอโลกใบนี้ราวกับโกรธแค้น วันที่ 7 เมษายน 2553 เมื่อเวลา 05.15 น. (ตามเวลาท้องถิ่น) ขณะที่คนกำลังหลับใหล เกิดเหตุการณ์แผ่นดินไหวนอกชายฝั่งของเกาะสุมาตรา ประเทศอินโดนีเซีย มีความรุนแรง 7.8 ริกเตอร์ ไม่มีรายงานผู้ได้รับบาดเจ็บหลังจากนั้นเกิดคลื่นสึนามิ สูง 1.5 ซม.ใกล้ศูนย์กลางแผ่นดินไหว ซึ่งเป็นคลื่นขนาดเล็ก

  อีก 1 อาทิตย์ถัดมา เกิดภูเขาไฟใต้ธารน้ำแข็งตอนใต้ของเกาะไอซ์แลนด์ระเบิดปะทุขึ้นฟ้าสูงถึง 8 กิโลเมตร ฝุ่นขี้เถ้าลอยสูงกว่า 6 พันเมตร และฟุ้งกระจายไปทั่วประเทศ และหลายประเทศในยุโรปตั้งแต่วันที่ 14 เม.ย.เป็นต้นมา กลุ่มควันและเถ้าละอองปลิวฟุ้งขึ้นไปบนท้องฟ้าก่อให้เกิดอันตรายกับเครื่อง ยนต์ไอพ่นของเครื่องบินโดยสารเที่ยวบินในภูมิภาคยุโรปต้องยกเลิกเที่ยวบิน สร้างความโกลาหนอย่างมากมาย

  ในวันเดียวกันที่ประเทศจีนเกิดแผ่นดินไหวซ้ำอีก มีความรุนแรง 6.9 หรือ 7.1 ริกเตอร์ บริเวณเขตปกครองตนเองยูซู มณฑลชิงไห่ สาธารณรัฐประชาชนจีน เมื่อเวลา 07.49 น. (ตามเวลาในท้องถิ่น) สำนักข่าวซินหัวของประเทศจีน รายงานว่ามีผู้เสียชีวิตอย่างเป็นทางการ 2,220 ราย สูญหาย 70 ราย และบาดเจ็บ 12,135 ราย ซึ่งในที่นี้บาดเจ็บสาหัสเกือบ 2 พันราย

  เหตุการณ์โลกพิโรธต่อมาเกิดขึ้นวันที่ 15 พฤษภาคม 2553 พายุทอร์นาโด และพายุลูกเห็บที่เมืองซุ่ยหัว ซึ่งอยู่ห่างจากเมืองฮาร์บินประมาณ 120 กิโลเมตร ในมณฑลเฮยหลงเจียง ทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือของสาธารณรัฐประชาชนจีน ทำให้มีผู้เสียชีวิต และได้รับบาดเจ็บมากมาย

  วันที่ 1 มิถุนายน 2553 เกิดแผ่นดินไหวขนาด 6.4 ริกเตอร์ที่นอกหมู่เกาะอันดามันของอินเดียที่ระดับความลึก 127 กิโลเมตร และมีศูนย์กลางแผ่นดินไหวห่างประมาณ 120 กิโลเมตร จากเมืองพอร์ตแบลร์ของหมู่เกาะอันดามัน

  วันที่ 5 มิถุนายน 2553 เกิดพายุทอร์นาโดพัดถล่มทางภาคตะวันตกด้านกลางของสหรัฐอเมริกา

  วันที่ 7 มิถุนายน 2553 ภูเขาไฟระเบิดที่ประเทศคู่แค้นกับอเมริกา "รัสเซีย" และมีรายงานข่าวภูเขาไฟระเบิดอย่างต่อเนื่องมากถึง 3 ครั้งต่อชั่วโมงที่ประเทศเอควาดอร์

  วันที่ 9 มิถุนายน 2553 เกิดแผ่นดินไหวขนาดเกือบ 6 ริกเตอร์ ที่บริเวณประเทศฟิลิปปินส์ นอกจากนั้นยังเกิดแผ่นดินไหวที่เกาะวาเนาตู (Vanautu) ขนาด 6.0 ริกเตอร์อีกต่างหาก

  วันที่ 10 มิถุนายน 2553 เกิดน้ำท่วมขนาดใหญ่ที่รัฐเท็กซัส ของมหาอำนาจสหรัฐอเมริกา

  วันที่ 12 มิถุนายน2553 ราวตี 1 เกิดแผ่นดินไหวขนาด 7.5 ริกเตอร์ ที่นอกชายฝั่งประเทศอินเดีย ซึ่งห่างจากซีกตะวันตกของหมู่เกาะนิโคบาร์ไปประมาณ 150 กิโลเมตรที่ความลึก 35 กิโลเมตร

  วันที่ 13 มิถุนายน 2553 เหตุภัยพิบัติพายุฝน และดินถล่มทางตอนใต้ของประเทศจีน ซึ่งได้คร่าชีวิตชาวจีนไปจำนวนหนึ่ง สำหรับมูลค่าความเสียหายทางเศรษฐกิจคิดเป็นเงินประมาณ 43,000 ล้านหยวน และมีผู้อพยพกว่าเกือบ 3 ล้านคน

  วันที่ 16 มิถุนายน 2553 เกิดเหตุแผ่นดินไหวบริเวณเกาะไบแอ็ก (Biak) อยู่ในมหาสมุทรแปซิฟิกทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือของเกาะปาปัว วัดความสั่นสะเทือนได้ 6.2 ริกเตอร์

  วันที่ 18 มิถุนายน 2553 ประเทศจีนเกิดน้ำท่วมและแผ่นดินถล่มฉับพลันในพื้นที่ 74 เมือง ของ 6 มณฑล ประมาณการณ์ว่าประชาชนกว่า 2.56 ล้านคนได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติครั้งนี้

  เดือนกรกฎาคม วันที่ 14 เกิดเหตุน้ำท่วม และดินถล่มจากฝนตกหนักทางภาคใต้ของจีน ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตมากกว่า 400 คน

  วันเดียวกัน เหตุการแผ่นดินไหวอินโดนีเซียขนาด 5.6 ริกเตอร์

  2 วันถัดมา หรือ วันที่ 16 กรกฎาคม 2553 เกิดพายุโซนร้อน "โกนเซิน" (Conson) ณ บริเวณทะเลจีนใต้ มีศูนย์กลางอยู่ห่างประมาณ 600 กิโลเมตร ทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ของเมืองฮานอย ประเทศเวียดนาม


  ปลายเดือนกรกฎาคมจนถึงราวต้นเดือนกันยายน 2553 เกิดไฟป่าในรัสเซียนับหลายร้อยแห่ง เนื่องจากอุณหภูมิที่สูงที่สุดเท่าที่เคยบันทึกมาในประวัติศาสตร์รัสเซีย และความแห้งแล้งในภูมิภาค มีการประมาณผู้เสียจริงอาจสูงถึง 8,000 คน

  สิงหาคม เริ่มต้นด้วยความเศร้าอีกครั้งในวันที่ 1 สิงหาคม 2553 ได้เกิดอุทกภัยรุนแรงทางตะวันตกเฉียงเหนือของปากีสถาน จากผลพวงของพายุฤดูร้อน ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตมากกว่า 1,000 ราย

* 8 สิงหาคม 2553 เกิดอุทกภัย และแผ่นดินถล่มที่จีน เนื่องมาจากฝนตกหนัก ที่เมืองทางตะวันตกเฉียงเหนือของประเทศจีน คร่าชีวิตประชาชนไปแล้วอย่างน้อย 127 คน สูญหายอีก กว่า 1,300 คน

* 7 วันถัดมาเกิดเหตุไฟป่าในโบลิเวียเป็นเหตุการณ์ที่นำไปสู่การประกาศสถานการณ์ ฉุกเฉินเนื่องจากพบว่ามีไฟป่าเกิดขึ้นมากกว่า 25,000 จุดทั่วประเทศ ไฟป่าได้ผลาญทำลายบ้านเรือนไปเกือบ 60 หลังคาเรือน

* 6 กันยายน 2553 โคลนถล่มกัวเตมาลา พบผู้เสียชีวิตและสูญหายพุ่งเกินกว่า 100 ราย

* มาถึงคิวประเทศไทย วันที่ 10-30 ตุลาคม 2553 เกิดอุทกภัยในประเทศไทย เป็นเหตุการณ์การเกิดน้ำท่วมในประเทศไทยหนักที่สุดในรอบหลายสิบปี ก่อให้เกิดความเสียหายอย่างหนักทั้งชีวิตและทรัพย์สินในหลายพื้นที่แบบที่ หลายคนยังประเมินความเสียหายไม่ได้

* 25 ตุลาคม 2553 แผ่นดินไหวที่อินโดนีเซีย ขนาดความรุนแรง 7.7

* 26 ตุลาคม 2553 ภูเขาไฟเมราปี (Merapi) ระเบิดซ้ำที่ประเทศอินโดนีเซีย โดยมีรัศมีการกระจายของขี้เถ้าขยายเป็นวงกว้างประมาณ 2-4 กิโลเมตร

* 27 ตุลาคม 2553 สึนามิถล่มซ้ำที่หมู่เกาะ เมนตาไว ประเทศอินโดนีเซีย ความรุนแรงถึง 7.2 ริกเตอร์ ทำให้มีผู้เสียชีวิต 108 คน และสูญหายราว 500 คน

* 1 พฤศจิกายน 2553 เป็นอีกครั้งหนึ่งที่กลายเป็นประวัติศาสตร์ความเสียหายของประเทศไทย กับการเดินทางผ่านของพายุดีเปรสชั่นถล่มภาคใต้ ฯลฯ

- พบปลาตายนับแสนตัวใน New Jersey เมื่อ 12 สิงหาคม 2553

- ปลาตายนับแสนตัวใน Lousiana เมื่อ 13 ตุลาคม 2553

- ปลาตายหลายพันตัวที่ประเทศออสเตรเลีย เมื่อ 19 ธันวาคม 2553

- พบค้างคาวตายประมาณ 70 ตัวใน Tucson เมื่อ 28 ธันวาคม 2553

- ปลาหมีกตายหลายพันตัวที่ชายหาดประเทศโปตุเกส เมื่อ 3 มกราคม 2554

- นกตายตายหลายร้อยตัว ใน Louisiana เมื่อ 4 มกราคม 2554

- ทั้งนกและปลาตายไปทั้งหมดประมาณ 100,000 ตัวใน Arkansas เมื่อ 4 มกราคม 2554

- ยังมีปลายตายเป็นจำนวนมากที่ประเทศบราซิล เมื่อ 4 มกราคม 2554

- ปูตายเป็นจำนวน 40,000 ตัว ที่ประเทศอังกฤษ เมื่อ 5 มกราคม 2554

- พบนกตายประมาณ 3,000 กว่าตัว ในสวีเดน เมื่อ 5 มกราคม 2554

- พบนกจำนวนมากตกมาจากฟากฟ้าในประเทศจีนเมื่อ 5 มกราคม 2554

- ปลาตายหลายพันตัวใน Spruce Creek เมื่อ 5 มกราคม 2554

- ปลาตายหลายร้อยตัว (ส่วนใหญ่เป็นปลากะพง) ที่ประเทศนิวซีแลนด์ เมื่อ 5 มกราคม 2554

- ยังมีนกตายเป็นจำนวนมากใน Wilson เมื่อ 6 มกราคม 2554

- นกตายหลายร้อยกว่าตัวใน Murray เมื่อ 6 มกราคม 2554

- นกตายหลายร้อยกว่าตัวในรัฐ Texas เมื่อ 6 มกราคม 2554

- พบปลาตายเป็นจำนวน 2 ล้านตัวใน Maryland เมื่อ 7 มกราคม 2554

- ยังมีนกตายหมู่ที่ประเทศใต้หวัน เมื่อ 8 มกราคม 2554

- นกตายประมาณ 50 กว่าตัวใน Holland เมื่อ 10 มกราคม 2554

- พบนกตายในตุรกีเป็นจำนวนมากเมื่อ 10 มกราคม 2554

- ปลาตายหลายพันตัวที่แม่น้ำ Yamuna ประเทศอินเดียเมื่อ 10 มกราคม 2554

- สัตว์ตายปริศนาเป็นจำนวนมากใน Itay 11 มกราคม 2554

- ยังมีปลาตายเพิ่มอีกใน Chicago เมื่อ 11 มกราคม 2554

- นกตายมากกว่า 100 ตัวใน California เมื่อ 11 มกราคม 2554

- พบนกตายเป็นจำนวน 300 กว่าตัวใน Athens 12 มกราคม 2554

- นกหลายร้อยตัวตายเพิ่มอีกในเมือง Alabama - สหรัฐอเมริกา เมื่อ 13 มกราคม 2554

- นกตายอีก 371 ตัวที่ Los Angeles 13 มกราคม 2554

- วัวตายพร้อมกัน 200 ตัวที่สหรัฐอเมริกา เมื่อ 14 มกราคม 2554

- แมวน้ำตายอีกหลายร้อยตัว ที่ประเทศแคนนาดา เมื่อ 17 มกราคม 2554

- วัวตายกว่าหนี่งหมื่นตัวที่ประเทศเวียดนาม เมื่อ 17 มกราคม 2554

- นกตายอีกกว่า 200 ตัวที่รัฐ Dakota สหรัฐอเมริกา เมื่อ 18 มกราคม 2554

- วัวป่าตายกว่า 55 ตัวโดยไม่ทราบสาเหตุที่นิวยอร์ก เมื่อ 20 มกราคม 2554

- นอกจากนั้นยังมีปลาตายจำนวนมากที่ประเทศออสเตรเลีย เมื่อ 20 มกราคม 2554

- ปลาตายหลายพันตัวที่แม่น้ำ Ditroit ประเทศแคนนาดา เมื่อ 21 มกราคม 2554

- พบควายตายกว่า 1,7000 ตัวที่ประเทศเวียดนามเมื่อ 21 มกราคม 2554

- นกตายจำนวนมากใกล้กรุงปักกิ่ง เมื่อ 21 มกราคม 2554

- ฝูงปลาวาฬ 24 ตัว ตายตรงชายฝั่งทางตอนเหนือของนิวซีแลนด์ เมื่อ 22 มกราคม 2554

27 ม.ค.2554
เกิดแผ่นดินไหวใต้ทะเลระดับ 6.1 ริกเตอร์ นอกชายฝั่งด้านตะวันตกของเกาะสุมาตราของอินโดนีเซีย ไม่มีรายงานความเสียหาย ข้อมูลจากสำนักงานสำรวจธรณีวิทยาแห่งชาติของสหรัฐฯ หรือ "ยูเอสจีเอส" ระบุว่า ศูนย์กลางของแผ่นดินไหวครั้งนี้อยู่ลึกลงไปใต้ทะเลราว 22.6 กิโลเมตร ใกล้กับที่ตั้งของเกาะซิมิวลูนอกชายฝั่งด้านตะวันตกของเกาะสุมาตรา และอยู่ห่างจากเมืองเมดาน เมืองเอกของเกาะสุมาตราประมาณ 255 กิโลเมตร

12 ก.พ.2554
เกิดแผ่นดินไหว 2 ครั้งซ้อน ระดับ 6.8 และ 5.6 ริกเตอร์ ใกล้กับเขต "บิโอ-บิโอ" ทางตอนกลางของชิลี โดยครั้งแรกศูนย์กลางของแผ่นดินไหวอยู่ลึกลงไปใต้ทะเลเพียง 28 กิโลเมตร และอยู่ห่างจากเมืองกอนเซ็ปซิออน ซึ่งเป็นเมืองเอกของเขตดังกล่าวไปทางเหนือเพียง 45 กิโลเมตร ไม่มีรายงานผู้เสียชีวิต นอกจากนี้ยังได้เกิดแผ่นดินไหวบนบกระดับ 5.6 ริกเตอร์ ที่เขตบิโอ-บิโอด้วยเช่นกัน โดยศูนย์กลางของแผ่นดินไหวคราวนี้อยู่ลึกลงไปใต้ดินเพียง 13.7 กิโลเมตร และอยู่ห่างจากเมืองเลบูไปทางตะวันออกไม่ถึง 25 กิโลเมตร แต่ไม่พบรายงานความเสียหายร้ายแรง

20 ก.พ.2554
เกิดแผ่นดินไหวใต้ทะเลระดับ 4.8 ใกล้กับหมู่เกาะโบนินของญี่ปุ่น ศูนย์กลางของแผ่นดินไหวอยู่ลึกลงไปในมหาสมุทรแปซิฟิกราว 38.6 กิโลเมตร โดยอยู่ห่างจากเกาะจิจิ-ชิมะ ในหมู่เกาะโบนินราว 165 กิโลเมตร และอยู่ห่างจากเกาะภูเขาไฟ "อิโว จิมะ" ราว 315 กิโลเมตร แต่ไม่มีรายงานความเสียหาย และในวันเดียวกันนี้ มีรายงานว่า เกิดแผ่นดินไหวระดับ 4.8 ที่นอกชายฝั่งของประเทศกัวเตมาลาทางตอนกลางของทวีปอเมริกา ศูนย์กลางอยู่ลึกลงไปใต้ทะเลราว 71.5 กิโลเมตร และอยู่ห่างจากเมืองเอสกินตลาของกัวเตมาลาไปทางตะวันออกเฉียงใต้ราว 90 กิโลเมตร แต่ไม่มีรายงานความเสียหาย

22 ก.พ.2554
เกิดเหตุแผ่นดินไหว วัดแรงสั่นสะเทือนได้ 6.3 ริกเตอร์ ที่เมืองไครสต์เชิร์ช ประเทศนิวซีแลนด์ โดยมีศูนย์กลางห่างจากเมืองไป 5 กิโลเมตร และลึกลงไปใต้พื้นดิน 4 กิโลเมตร เป็นเหตุแผ่นดินไหวใหญ่ครั้งที่ 2 ในรอบ 5 เดือน แรงสั่นสะเทือนทำให้บ้านเรือน สิ่งปลูกสร้าง และระบบสาธารณูปโภคในเมืองไครสต์เชิร์ช ได้รับความเสียหายอย่างหนัก มีรายงานยอดผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 161 ราย และคาดว่าจะมีมากถึง 240 ราย

เหตุแผ่นดินไหวครั้งนี้ ยังทำให้ส่วนหนึ่งของธารน้ำแข็ง "ทัสแมน" บริเวณชายฝั่งทิศตะวันตก ห่างจากเมืองไครสต์เชิร์ชไปประมาณ 200 กิโลเมตร ซึ่งถือว่าเป็นธารน้ำแข็งที่ใหญ่ที่สุดในประเทศนิวซีแลนด์ เกิดการแตกตัวกลายเป็นภูเขาน้ำแข็งหนักกว่า 30 ล้านตัน ก่อให้เกิดคลื่นสูง 3.5 เมตร พัดเข้าชายฝั่งและทะเลบริเวณใกล้เคียงเป็นเวลากว่า 30 นาที แต่ไม่มีรายงานความเสียหาย

วันเดียวกันนี้ ยังเกิดแผ่นดินไหวที่ฟิลิปปินส์ วัดแรงสั่นสะเทือนได้ 5.3 ริกเตอร์ จุดศูนย์กลางอยู่ห่างจากกรุงมะนิลาไปทางตะวันตกเฉียงใต้ 66 กิโลเมตร ลึกลงไปใต้พื้นดิน 137 กิโลเมตร แรงสั่นสะเทือนทำให้อาคารหลายแห่งสั่นไหว แต่ไม่มีรายงานความเสียหาย ผู้บาดเจ็บ และเสียชีวิต

23 ก.พ.2554
เกิดแผ่นดินไหวเพิ่มเติมแผ่นดินไหวในประเทศลาว ขนาด 4.7 ริกเตอร์ ศูนย์กลางห่างจาก อ.แม่จริม จ.น่าน ประมาณ100 กิโลเมตร แรงสั่นสะเทือนรับรู้ได้ในหลายจังหวัด แต่ไม่มีรายงานความเสียหาย

3 มี.ค.2554
เกิดแผ่นดินไหวที่เกาะมินดาเนา ประเทศฟิลิปปินส์ วัดแรงสั่นสะเทือนได้ 5.4ริกเตอร์ ลึกจากระดับผิวดิน60กิโลเมตร ไม่มีรายงานความเสียหาย

6 มี.ค.2554
เกิดแผ่นดินไหววัดความรุนแรงได้ 6.2 ริกเตอร์ในภาคเหนือของชิลี ศูนย์กลางแผ่นดินไหวอยู่ลึกลงไปใต้ดิน 87 กม. ในเมืองปูเตร ห่างจากกรุงซานติอาโก้ เมืองหลวงไปทางเหนือเกือบ 2,200 กม. ไม่มีรายงานความเสียหายรุนแรงและไม่มีผู้บาดเจ็บ โดยเหตุแผ่นดินไหวครั้งนี้เกิดขึ้นเพียงไม่กี่วันหลังชาวชิลีเพิ่งจัดงานไว้ อาลัยครบ 1 ปีเหตุแผ่นดินไหวครั้งรุนแรง 8.8 ริกเตอร์และสึนามิที่เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2553 ทำให้มีผู้เสียชีวิต 524 คนและสร้างความเสียหายราว 30,000 ล้านดอลลาร์

7 มี.ค.2554
เกิดแผ่นดินไหวรุนแรงระดับ 6.6 ริกเตอร์ นอกชายฝั่งหมู่เกาะโซโลมอน ประเทศในแถบแปซิฟิก ห่างจากกรุงโฮนีอารา เมืองหลวงหมู่เกาะโซโลมอนไปทางตะวันออกเฉียงใต้ราว 133 กิโลเมตร และอยู่ลึกลงไปราว 30 กิโลเมตร ไม่มีรายงานความเสียหาย

9 มี.ค.2554
สำนักงานอุตุนิยมวิทยาของญี่ปุ่นรายงานว่า เกิดแผ่นดินไหวรุนแรงทางชายฝั่งทะเลด้านตะวันออกเฉียงเหนือของญี่ปุ่น วัดแรงสั่นสะเทือนได้ 7.2 ริกเตอร์ ห่างจากเกาะฮอนชูไปทางตะวันออก 160 กิโลเมตร ทำให้อาคารหลายแห่งในกรุงโตเกียวสั่นไหว แต่ยังไม่มีรายงานความเสียหาย

10 มี.ค. 2554
เกิดเหตุแผ่นดินไหวความรุนแรง 5.8 ริกเตอร์ ณ บริเวณเขตอิ๋งเจียง ซึ่งห่างจากเมืองต้าหลี่ ในมณฑลยูนนาน ไปทางตะวันตก-ตะวันตกเฉียงใต้ ราว 225 กิโลเมตร ศูนย์กลางอยู่ลึกลงไปใต้พื้นดิน 34 กิโลเมตร ทางการจีนเปิดเผยว่ามีผู้เสียชีวิตไปแล้ว 24 คน ได้รับบาดเจ็บ 245 คน

11 มี.ค. 2554
เกิดเหตุแผ่นดินไหวขนาด 9 ริกเตอร์ ที่ญี่ปุ่น และเกิดคลื่นยักษ์สึนามิ สูงกว่า 10 เมตร บนเกาะฮอนชู ซึ่งอยู่ทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือของญี่ปุ่น ทำให้สิ่งปลูกสร้าง และบ้านเรือนประชาชนเสียหายเป็นจำนวนมาก และมีอาฟเตอร์ช็อคขนาดรุนแรงเกิดตามมาอีกหลายครั้ง แต่ความเสียหายขณะนี้ยังไม่สามารถสรุปได้




เพราะฉะนั้นอยากให้ทุกคนใช้ชีวิตทุกวันให้มีค่าที่สุด เพราะเราไม่สามารถรู้ได้ว่า จะเกิดอะไรกับเราขึ้นในแต่ละวัน
จงทำให้ตัวเองและครอบครัวรวมถึงคนรอบข้างเรามีความสุข แค่นี้เชื่อว่าเป้นสิ่งที่ดีที่สุดแล้ว
และสุดท้ายนี้ คุณได้ให้อะไรกับธรรมชาติ แหละนี่แหละคือสิ่งที่ธรรมชาติให้คุณกลับคืนมา

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น