เมื่อวันที่ 2 มิถุนายน 2553 ที่ผ่านมา มีอีกหนึ่งภัยพิบัติทางธรรมชาติที่เรียกได้ว่ารุนแรงและน่าหวั่นกลัวยิ่งนัก ของมุนษย์อย่างเราๆ เพราะได้เกิดหลุมยุบ ขนาดใหญ่ที่กัวเตมาลา ซึ่งถึง ณ ขนาดนี้ ได้มีความลึกถึง 60 เมตร
โดยสาเหตุของหลุมยุบในครั้งนี้ มาจาก พายุโซนร้อนที่ชื่อ อกาธา ได้พัดถล่มกัวเตมาลา และภูมิภาคอเมริกากลาง ตั้งแต่วันเสาร์ ที่ 30 พฤษภาคมที่ผ่านมา ทำให้เกิดหลุมยุบตัวดังกล่าว
จากการศึกษาพบว่า การเกิดหลุมยุบนั้น เกิดจาก การมีน้ำไหลเวียนใต้ดิน กัดเซาะชั้นหินตะกอน ทำให้ชั้นหินกัดกร่อน จนเกิดการยุบตัวลงมา และในเหตุการณ์นี้ เมื่อมีพายุเข้า จึงอาจมีฝนตกหนักเป็นอย่างมาก ทำให้มีน้ำไหลเวียนใต้ดิน จนเกิดการกัดเซาะ จนเกิดหลุมยุบขนาดใหญ่ดังกล่าว
รู้รอบ รอบรู้
วันพุธที่ 12 ตุลาคม พ.ศ. 2554
เกิดอะไรกับโลกใบนี้ มาดูเหตุการณ์ธรรมชาติแปลก ตลอดปี 2010-2011
เปิดศักราชใหม่วันที่ 12 มกราคม 2553 เกิดแผ่นดินไหวที่ "เฮติ"ขนาด 7.0 ริกเตอร์ สร้างความเสียหายมากมายมหาศาล โดยศูนย์กลางแผ่นดินไหวอยู่ห่างจากกรุงปอร์โตแปรงซ์เมืองหลวงของประเทศเฮติ ทั้งนี้ ได้มีการประมาณว่า มีผู้ได้รับผลกระทบจากแผ่นดินไหวครั้งนี้มากกว่า 3 ล้านคน รัฐบาลเฮติรายงานว่ามีผู้เสียชีวิตเกือบ 3 แสนคน ผู้บาดเจ็บอีกกว่า 3 แสนคน และอีกกว่า 1 ล้านคนยังไม่มีที่อยู่อาศัย
เดือนต่อมาในวันที่ 27 กุมภาพันธ์ เกิดแผ่นดินไหวขนาด 8.8 ริกเตอร์ ที่ นอกชายฝั่งแคว้นเมาเลประเทศชิลี จนเป็นเหตุให้เกิดความเสียหายของทรัพย์สินชนิด "ราบพนาสูญ"ที่น่าตกใจกว่าความเสียหายซึ่งมากมายมหาศาลแล้ว เหตุการณ์ดังกล่าวทำให้แกนโลกเอียงไปจากตำแหน่งเดิม 3 นิ้วส่งผลให้ระยะเวลาสั้นลงไป 1.26 ไมโครวินาที (1ไมโครวินาที เท่ากับ 1 ในล้านวินาที) เลยทีเดียว
วันที่ 8 มีนาคม 2553 เกิดพายุทำให้เกิดฝนตกหนักในนครเมลเบิร์น วัดระดับน้ำฝนได้ 26 มิลลิเมตร พื้นที่อื่นวัดระดับน้ำฝนได้สูงถึง 70 มิลลิเมตร นอกจากนี้ ยังมีลูกเห็บยักษ์ที่มีเส้นผ่าศูนย์กลางถึง 4 นิ้ว หรือเท่ากับลูกเทนนิส มีประชาชนแจ้งขอรับความช่วยเหลือมากกว่า 4,000 คน
วันที่ 20 มีนาคม 2553 เกิดการปะทุของภูเขาไฟชื่อดังในไอซ์แลนด์ จริง ๆ แผ่นดินไหวได้เริ่มต้นขึ้นนับตั้งแต่ปลายปี พ.ศ. 2552 ในครั้งนี้ ซึ่งมีการจัดดัชนีการระเบิดของภูเขาไฟอยู่ที่ระดับ 1 การปะทุครั้งล่าสุดเกิดขึ้นในวันที่ 14 เมษายนที่ผ่านมาและได้รบกวนการจราจรทางอากาศในทวีปยุโรปมหาศาล ส่งผลกระทบต่อผู้โดยสารนับล้านๆ คน
ทิ้งท้ายกับภัยธรรมชาติในวันที่ 31 มีนาคม 2553 เกิดแผ่นดินไหวรุนแรงในอ่าวเบงกอล วัดขนาดแรงสั่นสะเทือนได้ 6.8 ริคเตอร์ที่หมู่เกาะอันดามันแอนด์ นิโคบาร์ ในอ่าวเบงกอล
เดือนถัดมาเรียกว่า "ภัยธรรมชาติ" หายใจรดต้นคอโลกใบนี้ราวกับโกรธแค้น วันที่ 7 เมษายน 2553 เมื่อเวลา 05.15 น. (ตามเวลาท้องถิ่น) ขณะที่คนกำลังหลับใหล เกิดเหตุการณ์แผ่นดินไหวนอกชายฝั่งของเกาะสุมาตรา ประเทศอินโดนีเซีย มีความรุนแรง 7.8 ริกเตอร์ ไม่มีรายงานผู้ได้รับบาดเจ็บหลังจากนั้นเกิดคลื่นสึนามิ สูง 1.5 ซม.ใกล้ศูนย์กลางแผ่นดินไหว ซึ่งเป็นคลื่นขนาดเล็ก
อีก 1 อาทิตย์ถัดมา เกิดภูเขาไฟใต้ธารน้ำแข็งตอนใต้ของเกาะไอซ์แลนด์ระเบิดปะทุขึ้นฟ้าสูงถึง 8 กิโลเมตร ฝุ่นขี้เถ้าลอยสูงกว่า 6 พันเมตร และฟุ้งกระจายไปทั่วประเทศ และหลายประเทศในยุโรปตั้งแต่วันที่ 14 เม.ย.เป็นต้นมา กลุ่มควันและเถ้าละอองปลิวฟุ้งขึ้นไปบนท้องฟ้าก่อให้เกิดอันตรายกับเครื่อง ยนต์ไอพ่นของเครื่องบินโดยสารเที่ยวบินในภูมิภาคยุโรปต้องยกเลิกเที่ยวบิน สร้างความโกลาหนอย่างมากมาย
ในวันเดียวกันที่ประเทศจีนเกิดแผ่นดินไหวซ้ำอีก มีความรุนแรง 6.9 หรือ 7.1 ริกเตอร์ บริเวณเขตปกครองตนเองยูซู มณฑลชิงไห่ สาธารณรัฐประชาชนจีน เมื่อเวลา 07.49 น. (ตามเวลาในท้องถิ่น) สำนักข่าวซินหัวของประเทศจีน รายงานว่ามีผู้เสียชีวิตอย่างเป็นทางการ 2,220 ราย สูญหาย 70 ราย และบาดเจ็บ 12,135 ราย ซึ่งในที่นี้บาดเจ็บสาหัสเกือบ 2 พันราย
เหตุการณ์โลกพิโรธต่อมาเกิดขึ้นวันที่ 15 พฤษภาคม 2553 พายุทอร์นาโด และพายุลูกเห็บที่เมืองซุ่ยหัว ซึ่งอยู่ห่างจากเมืองฮาร์บินประมาณ 120 กิโลเมตร ในมณฑลเฮยหลงเจียง ทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือของสาธารณรัฐประชาชนจีน ทำให้มีผู้เสียชีวิต และได้รับบาดเจ็บมากมาย
วันที่ 1 มิถุนายน 2553 เกิดแผ่นดินไหวขนาด 6.4 ริกเตอร์ที่นอกหมู่เกาะอันดามันของอินเดียที่ระดับความลึก 127 กิโลเมตร และมีศูนย์กลางแผ่นดินไหวห่างประมาณ 120 กิโลเมตร จากเมืองพอร์ตแบลร์ของหมู่เกาะอันดามัน
วันที่ 5 มิถุนายน 2553 เกิดพายุทอร์นาโดพัดถล่มทางภาคตะวันตกด้านกลางของสหรัฐอเมริกา
วันที่ 7 มิถุนายน 2553 ภูเขาไฟระเบิดที่ประเทศคู่แค้นกับอเมริกา "รัสเซีย" และมีรายงานข่าวภูเขาไฟระเบิดอย่างต่อเนื่องมากถึง 3 ครั้งต่อชั่วโมงที่ประเทศเอควาดอร์
วันที่ 9 มิถุนายน 2553 เกิดแผ่นดินไหวขนาดเกือบ 6 ริกเตอร์ ที่บริเวณประเทศฟิลิปปินส์ นอกจากนั้นยังเกิดแผ่นดินไหวที่เกาะวาเนาตู (Vanautu) ขนาด 6.0 ริกเตอร์อีกต่างหาก
วันที่ 10 มิถุนายน 2553 เกิดน้ำท่วมขนาดใหญ่ที่รัฐเท็กซัส ของมหาอำนาจสหรัฐอเมริกา
วันที่ 12 มิถุนายน2553 ราวตี 1 เกิดแผ่นดินไหวขนาด 7.5 ริกเตอร์ ที่นอกชายฝั่งประเทศอินเดีย ซึ่งห่างจากซีกตะวันตกของหมู่เกาะนิโคบาร์ไปประมาณ 150 กิโลเมตรที่ความลึก 35 กิโลเมตร
วันที่ 13 มิถุนายน 2553 เหตุภัยพิบัติพายุฝน และดินถล่มทางตอนใต้ของประเทศจีน ซึ่งได้คร่าชีวิตชาวจีนไปจำนวนหนึ่ง สำหรับมูลค่าความเสียหายทางเศรษฐกิจคิดเป็นเงินประมาณ 43,000 ล้านหยวน และมีผู้อพยพกว่าเกือบ 3 ล้านคน
วันที่ 16 มิถุนายน 2553 เกิดเหตุแผ่นดินไหวบริเวณเกาะไบแอ็ก (Biak) อยู่ในมหาสมุทรแปซิฟิกทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือของเกาะปาปัว วัดความสั่นสะเทือนได้ 6.2 ริกเตอร์
วันที่ 18 มิถุนายน 2553 ประเทศจีนเกิดน้ำท่วมและแผ่นดินถล่มฉับพลันในพื้นที่ 74 เมือง ของ 6 มณฑล ประมาณการณ์ว่าประชาชนกว่า 2.56 ล้านคนได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติครั้งนี้
เดือนกรกฎาคม วันที่ 14 เกิดเหตุน้ำท่วม และดินถล่มจากฝนตกหนักทางภาคใต้ของจีน ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตมากกว่า 400 คน
วันเดียวกัน เหตุการแผ่นดินไหวอินโดนีเซียขนาด 5.6 ริกเตอร์
2 วันถัดมา หรือ วันที่ 16 กรกฎาคม 2553 เกิดพายุโซนร้อน "โกนเซิน" (Conson) ณ บริเวณทะเลจีนใต้ มีศูนย์กลางอยู่ห่างประมาณ 600 กิโลเมตร ทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ของเมืองฮานอย ประเทศเวียดนาม
ปลายเดือนกรกฎาคมจนถึงราวต้นเดือนกันยายน 2553 เกิดไฟป่าในรัสเซียนับหลายร้อยแห่ง เนื่องจากอุณหภูมิที่สูงที่สุดเท่าที่เคยบันทึกมาในประวัติศาสตร์รัสเซีย และความแห้งแล้งในภูมิภาค มีการประมาณผู้เสียจริงอาจสูงถึง 8,000 คน
สิงหาคม เริ่มต้นด้วยความเศร้าอีกครั้งในวันที่ 1 สิงหาคม 2553 ได้เกิดอุทกภัยรุนแรงทางตะวันตกเฉียงเหนือของปากีสถาน จากผลพวงของพายุฤดูร้อน ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตมากกว่า 1,000 ราย
* 8 สิงหาคม 2553 เกิดอุทกภัย และแผ่นดินถล่มที่จีน เนื่องมาจากฝนตกหนัก ที่เมืองทางตะวันตกเฉียงเหนือของประเทศจีน คร่าชีวิตประชาชนไปแล้วอย่างน้อย 127 คน สูญหายอีก กว่า 1,300 คน
* 7 วันถัดมาเกิดเหตุไฟป่าในโบลิเวียเป็นเหตุการณ์ที่นำไปสู่การประกาศสถานการณ์ ฉุกเฉินเนื่องจากพบว่ามีไฟป่าเกิดขึ้นมากกว่า 25,000 จุดทั่วประเทศ ไฟป่าได้ผลาญทำลายบ้านเรือนไปเกือบ 60 หลังคาเรือน
* 6 กันยายน 2553 โคลนถล่มกัวเตมาลา พบผู้เสียชีวิตและสูญหายพุ่งเกินกว่า 100 ราย
* มาถึงคิวประเทศไทย วันที่ 10-30 ตุลาคม 2553 เกิดอุทกภัยในประเทศไทย เป็นเหตุการณ์การเกิดน้ำท่วมในประเทศไทยหนักที่สุดในรอบหลายสิบปี ก่อให้เกิดความเสียหายอย่างหนักทั้งชีวิตและทรัพย์สินในหลายพื้นที่แบบที่ หลายคนยังประเมินความเสียหายไม่ได้
* 25 ตุลาคม 2553 แผ่นดินไหวที่อินโดนีเซีย ขนาดความรุนแรง 7.7
* 26 ตุลาคม 2553 ภูเขาไฟเมราปี (Merapi) ระเบิดซ้ำที่ประเทศอินโดนีเซีย โดยมีรัศมีการกระจายของขี้เถ้าขยายเป็นวงกว้างประมาณ 2-4 กิโลเมตร
* 27 ตุลาคม 2553 สึนามิถล่มซ้ำที่หมู่เกาะ เมนตาไว ประเทศอินโดนีเซีย ความรุนแรงถึง 7.2 ริกเตอร์ ทำให้มีผู้เสียชีวิต 108 คน และสูญหายราว 500 คน
* 1 พฤศจิกายน 2553 เป็นอีกครั้งหนึ่งที่กลายเป็นประวัติศาสตร์ความเสียหายของประเทศไทย กับการเดินทางผ่านของพายุดีเปรสชั่นถล่มภาคใต้ ฯลฯ
- พบปลาตายนับแสนตัวใน New Jersey เมื่อ 12 สิงหาคม 2553
- ปลาตายนับแสนตัวใน Lousiana เมื่อ 13 ตุลาคม 2553
- ปลาตายหลายพันตัวที่ประเทศออสเตรเลีย เมื่อ 19 ธันวาคม 2553
- พบค้างคาวตายประมาณ 70 ตัวใน Tucson เมื่อ 28 ธันวาคม 2553
- ปลาหมีกตายหลายพันตัวที่ชายหาดประเทศโปตุเกส เมื่อ 3 มกราคม 2554
- นกตายตายหลายร้อยตัว ใน Louisiana เมื่อ 4 มกราคม 2554
- ทั้งนกและปลาตายไปทั้งหมดประมาณ 100,000 ตัวใน Arkansas เมื่อ 4 มกราคม 2554
- ยังมีปลายตายเป็นจำนวนมากที่ประเทศบราซิล เมื่อ 4 มกราคม 2554
- ปูตายเป็นจำนวน 40,000 ตัว ที่ประเทศอังกฤษ เมื่อ 5 มกราคม 2554
- พบนกตายประมาณ 3,000 กว่าตัว ในสวีเดน เมื่อ 5 มกราคม 2554
- พบนกจำนวนมากตกมาจากฟากฟ้าในประเทศจีนเมื่อ 5 มกราคม 2554
- ปลาตายหลายพันตัวใน Spruce Creek เมื่อ 5 มกราคม 2554
- ปลาตายหลายร้อยตัว (ส่วนใหญ่เป็นปลากะพง) ที่ประเทศนิวซีแลนด์ เมื่อ 5 มกราคม 2554
- ยังมีนกตายเป็นจำนวนมากใน Wilson เมื่อ 6 มกราคม 2554
- นกตายหลายร้อยกว่าตัวใน Murray เมื่อ 6 มกราคม 2554
- นกตายหลายร้อยกว่าตัวในรัฐ Texas เมื่อ 6 มกราคม 2554
- พบปลาตายเป็นจำนวน 2 ล้านตัวใน Maryland เมื่อ 7 มกราคม 2554
- ยังมีนกตายหมู่ที่ประเทศใต้หวัน เมื่อ 8 มกราคม 2554
- นกตายประมาณ 50 กว่าตัวใน Holland เมื่อ 10 มกราคม 2554
- พบนกตายในตุรกีเป็นจำนวนมากเมื่อ 10 มกราคม 2554
- ปลาตายหลายพันตัวที่แม่น้ำ Yamuna ประเทศอินเดียเมื่อ 10 มกราคม 2554
- สัตว์ตายปริศนาเป็นจำนวนมากใน Itay 11 มกราคม 2554
- ยังมีปลาตายเพิ่มอีกใน Chicago เมื่อ 11 มกราคม 2554
- นกตายมากกว่า 100 ตัวใน California เมื่อ 11 มกราคม 2554
- พบนกตายเป็นจำนวน 300 กว่าตัวใน Athens 12 มกราคม 2554
- นกหลายร้อยตัวตายเพิ่มอีกในเมือง Alabama - สหรัฐอเมริกา เมื่อ 13 มกราคม 2554
- นกตายอีก 371 ตัวที่ Los Angeles 13 มกราคม 2554
- วัวตายพร้อมกัน 200 ตัวที่สหรัฐอเมริกา เมื่อ 14 มกราคม 2554
- แมวน้ำตายอีกหลายร้อยตัว ที่ประเทศแคนนาดา เมื่อ 17 มกราคม 2554
- วัวตายกว่าหนี่งหมื่นตัวที่ประเทศเวียดนาม เมื่อ 17 มกราคม 2554
- นกตายอีกกว่า 200 ตัวที่รัฐ Dakota สหรัฐอเมริกา เมื่อ 18 มกราคม 2554
- วัวป่าตายกว่า 55 ตัวโดยไม่ทราบสาเหตุที่นิวยอร์ก เมื่อ 20 มกราคม 2554
- นอกจากนั้นยังมีปลาตายจำนวนมากที่ประเทศออสเตรเลีย เมื่อ 20 มกราคม 2554
- ปลาตายหลายพันตัวที่แม่น้ำ Ditroit ประเทศแคนนาดา เมื่อ 21 มกราคม 2554
- พบควายตายกว่า 1,7000 ตัวที่ประเทศเวียดนามเมื่อ 21 มกราคม 2554
- นกตายจำนวนมากใกล้กรุงปักกิ่ง เมื่อ 21 มกราคม 2554
- ฝูงปลาวาฬ 24 ตัว ตายตรงชายฝั่งทางตอนเหนือของนิวซีแลนด์ เมื่อ 22 มกราคม 2554
27 ม.ค.2554
เกิดแผ่นดินไหวใต้ทะเลระดับ 6.1 ริกเตอร์ นอกชายฝั่งด้านตะวันตกของเกาะสุมาตราของอินโดนีเซีย ไม่มีรายงานความเสียหาย ข้อมูลจากสำนักงานสำรวจธรณีวิทยาแห่งชาติของสหรัฐฯ หรือ "ยูเอสจีเอส" ระบุว่า ศูนย์กลางของแผ่นดินไหวครั้งนี้อยู่ลึกลงไปใต้ทะเลราว 22.6 กิโลเมตร ใกล้กับที่ตั้งของเกาะซิมิวลูนอกชายฝั่งด้านตะวันตกของเกาะสุมาตรา และอยู่ห่างจากเมืองเมดาน เมืองเอกของเกาะสุมาตราประมาณ 255 กิโลเมตร
12 ก.พ.2554
เกิดแผ่นดินไหว 2 ครั้งซ้อน ระดับ 6.8 และ 5.6 ริกเตอร์ ใกล้กับเขต "บิโอ-บิโอ" ทางตอนกลางของชิลี โดยครั้งแรกศูนย์กลางของแผ่นดินไหวอยู่ลึกลงไปใต้ทะเลเพียง 28 กิโลเมตร และอยู่ห่างจากเมืองกอนเซ็ปซิออน ซึ่งเป็นเมืองเอกของเขตดังกล่าวไปทางเหนือเพียง 45 กิโลเมตร ไม่มีรายงานผู้เสียชีวิต นอกจากนี้ยังได้เกิดแผ่นดินไหวบนบกระดับ 5.6 ริกเตอร์ ที่เขตบิโอ-บิโอด้วยเช่นกัน โดยศูนย์กลางของแผ่นดินไหวคราวนี้อยู่ลึกลงไปใต้ดินเพียง 13.7 กิโลเมตร และอยู่ห่างจากเมืองเลบูไปทางตะวันออกไม่ถึง 25 กิโลเมตร แต่ไม่พบรายงานความเสียหายร้ายแรง
20 ก.พ.2554
เกิดแผ่นดินไหวใต้ทะเลระดับ 4.8 ใกล้กับหมู่เกาะโบนินของญี่ปุ่น ศูนย์กลางของแผ่นดินไหวอยู่ลึกลงไปในมหาสมุทรแปซิฟิกราว 38.6 กิโลเมตร โดยอยู่ห่างจากเกาะจิจิ-ชิมะ ในหมู่เกาะโบนินราว 165 กิโลเมตร และอยู่ห่างจากเกาะภูเขาไฟ "อิโว จิมะ" ราว 315 กิโลเมตร แต่ไม่มีรายงานความเสียหาย และในวันเดียวกันนี้ มีรายงานว่า เกิดแผ่นดินไหวระดับ 4.8 ที่นอกชายฝั่งของประเทศกัวเตมาลาทางตอนกลางของทวีปอเมริกา ศูนย์กลางอยู่ลึกลงไปใต้ทะเลราว 71.5 กิโลเมตร และอยู่ห่างจากเมืองเอสกินตลาของกัวเตมาลาไปทางตะวันออกเฉียงใต้ราว 90 กิโลเมตร แต่ไม่มีรายงานความเสียหาย
22 ก.พ.2554
เกิดเหตุแผ่นดินไหว วัดแรงสั่นสะเทือนได้ 6.3 ริกเตอร์ ที่เมืองไครสต์เชิร์ช ประเทศนิวซีแลนด์ โดยมีศูนย์กลางห่างจากเมืองไป 5 กิโลเมตร และลึกลงไปใต้พื้นดิน 4 กิโลเมตร เป็นเหตุแผ่นดินไหวใหญ่ครั้งที่ 2 ในรอบ 5 เดือน แรงสั่นสะเทือนทำให้บ้านเรือน สิ่งปลูกสร้าง และระบบสาธารณูปโภคในเมืองไครสต์เชิร์ช ได้รับความเสียหายอย่างหนัก มีรายงานยอดผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 161 ราย และคาดว่าจะมีมากถึง 240 ราย
เหตุแผ่นดินไหวครั้งนี้ ยังทำให้ส่วนหนึ่งของธารน้ำแข็ง "ทัสแมน" บริเวณชายฝั่งทิศตะวันตก ห่างจากเมืองไครสต์เชิร์ชไปประมาณ 200 กิโลเมตร ซึ่งถือว่าเป็นธารน้ำแข็งที่ใหญ่ที่สุดในประเทศนิวซีแลนด์ เกิดการแตกตัวกลายเป็นภูเขาน้ำแข็งหนักกว่า 30 ล้านตัน ก่อให้เกิดคลื่นสูง 3.5 เมตร พัดเข้าชายฝั่งและทะเลบริเวณใกล้เคียงเป็นเวลากว่า 30 นาที แต่ไม่มีรายงานความเสียหาย
วันเดียวกันนี้ ยังเกิดแผ่นดินไหวที่ฟิลิปปินส์ วัดแรงสั่นสะเทือนได้ 5.3 ริกเตอร์ จุดศูนย์กลางอยู่ห่างจากกรุงมะนิลาไปทางตะวันตกเฉียงใต้ 66 กิโลเมตร ลึกลงไปใต้พื้นดิน 137 กิโลเมตร แรงสั่นสะเทือนทำให้อาคารหลายแห่งสั่นไหว แต่ไม่มีรายงานความเสียหาย ผู้บาดเจ็บ และเสียชีวิต
23 ก.พ.2554
เกิดแผ่นดินไหวเพิ่มเติมแผ่นดินไหวในประเทศลาว ขนาด 4.7 ริกเตอร์ ศูนย์กลางห่างจาก อ.แม่จริม จ.น่าน ประมาณ100 กิโลเมตร แรงสั่นสะเทือนรับรู้ได้ในหลายจังหวัด แต่ไม่มีรายงานความเสียหาย
3 มี.ค.2554
เกิดแผ่นดินไหวที่เกาะมินดาเนา ประเทศฟิลิปปินส์ วัดแรงสั่นสะเทือนได้ 5.4ริกเตอร์ ลึกจากระดับผิวดิน60กิโลเมตร ไม่มีรายงานความเสียหาย
6 มี.ค.2554
เกิดแผ่นดินไหววัดความรุนแรงได้ 6.2 ริกเตอร์ในภาคเหนือของชิลี ศูนย์กลางแผ่นดินไหวอยู่ลึกลงไปใต้ดิน 87 กม. ในเมืองปูเตร ห่างจากกรุงซานติอาโก้ เมืองหลวงไปทางเหนือเกือบ 2,200 กม. ไม่มีรายงานความเสียหายรุนแรงและไม่มีผู้บาดเจ็บ โดยเหตุแผ่นดินไหวครั้งนี้เกิดขึ้นเพียงไม่กี่วันหลังชาวชิลีเพิ่งจัดงานไว้ อาลัยครบ 1 ปีเหตุแผ่นดินไหวครั้งรุนแรง 8.8 ริกเตอร์และสึนามิที่เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2553 ทำให้มีผู้เสียชีวิต 524 คนและสร้างความเสียหายราว 30,000 ล้านดอลลาร์
7 มี.ค.2554
เกิดแผ่นดินไหวรุนแรงระดับ 6.6 ริกเตอร์ นอกชายฝั่งหมู่เกาะโซโลมอน ประเทศในแถบแปซิฟิก ห่างจากกรุงโฮนีอารา เมืองหลวงหมู่เกาะโซโลมอนไปทางตะวันออกเฉียงใต้ราว 133 กิโลเมตร และอยู่ลึกลงไปราว 30 กิโลเมตร ไม่มีรายงานความเสียหาย
9 มี.ค.2554
สำนักงานอุตุนิยมวิทยาของญี่ปุ่นรายงานว่า เกิดแผ่นดินไหวรุนแรงทางชายฝั่งทะเลด้านตะวันออกเฉียงเหนือของญี่ปุ่น วัดแรงสั่นสะเทือนได้ 7.2 ริกเตอร์ ห่างจากเกาะฮอนชูไปทางตะวันออก 160 กิโลเมตร ทำให้อาคารหลายแห่งในกรุงโตเกียวสั่นไหว แต่ยังไม่มีรายงานความเสียหาย
10 มี.ค. 2554
เกิดเหตุแผ่นดินไหวความรุนแรง 5.8 ริกเตอร์ ณ บริเวณเขตอิ๋งเจียง ซึ่งห่างจากเมืองต้าหลี่ ในมณฑลยูนนาน ไปทางตะวันตก-ตะวันตกเฉียงใต้ ราว 225 กิโลเมตร ศูนย์กลางอยู่ลึกลงไปใต้พื้นดิน 34 กิโลเมตร ทางการจีนเปิดเผยว่ามีผู้เสียชีวิตไปแล้ว 24 คน ได้รับบาดเจ็บ 245 คน
11 มี.ค. 2554
เกิดเหตุแผ่นดินไหวขนาด 9 ริกเตอร์ ที่ญี่ปุ่น และเกิดคลื่นยักษ์สึนามิ สูงกว่า 10 เมตร บนเกาะฮอนชู ซึ่งอยู่ทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือของญี่ปุ่น ทำให้สิ่งปลูกสร้าง และบ้านเรือนประชาชนเสียหายเป็นจำนวนมาก และมีอาฟเตอร์ช็อคขนาดรุนแรงเกิดตามมาอีกหลายครั้ง แต่ความเสียหายขณะนี้ยังไม่สามารถสรุปได้
เพราะฉะนั้นอยากให้ทุกคนใช้ชีวิตทุกวันให้มีค่าที่สุด เพราะเราไม่สามารถรู้ได้ว่า จะเกิดอะไรกับเราขึ้นในแต่ละวัน
จงทำให้ตัวเองและครอบครัวรวมถึงคนรอบข้างเรามีความสุข แค่นี้เชื่อว่าเป้นสิ่งที่ดีที่สุดแล้ว
และสุดท้ายนี้ คุณได้ให้อะไรกับธรรมชาติ แหละนี่แหละคือสิ่งที่ธรรมชาติให้คุณกลับคืนมา
เดือนต่อมาในวันที่ 27 กุมภาพันธ์ เกิดแผ่นดินไหวขนาด 8.8 ริกเตอร์ ที่ นอกชายฝั่งแคว้นเมาเลประเทศชิลี จนเป็นเหตุให้เกิดความเสียหายของทรัพย์สินชนิด "ราบพนาสูญ"ที่น่าตกใจกว่าความเสียหายซึ่งมากมายมหาศาลแล้ว เหตุการณ์ดังกล่าวทำให้แกนโลกเอียงไปจากตำแหน่งเดิม 3 นิ้วส่งผลให้ระยะเวลาสั้นลงไป 1.26 ไมโครวินาที (1ไมโครวินาที เท่ากับ 1 ในล้านวินาที) เลยทีเดียว
วันที่ 8 มีนาคม 2553 เกิดพายุทำให้เกิดฝนตกหนักในนครเมลเบิร์น วัดระดับน้ำฝนได้ 26 มิลลิเมตร พื้นที่อื่นวัดระดับน้ำฝนได้สูงถึง 70 มิลลิเมตร นอกจากนี้ ยังมีลูกเห็บยักษ์ที่มีเส้นผ่าศูนย์กลางถึง 4 นิ้ว หรือเท่ากับลูกเทนนิส มีประชาชนแจ้งขอรับความช่วยเหลือมากกว่า 4,000 คน
วันที่ 20 มีนาคม 2553 เกิดการปะทุของภูเขาไฟชื่อดังในไอซ์แลนด์ จริง ๆ แผ่นดินไหวได้เริ่มต้นขึ้นนับตั้งแต่ปลายปี พ.ศ. 2552 ในครั้งนี้ ซึ่งมีการจัดดัชนีการระเบิดของภูเขาไฟอยู่ที่ระดับ 1 การปะทุครั้งล่าสุดเกิดขึ้นในวันที่ 14 เมษายนที่ผ่านมาและได้รบกวนการจราจรทางอากาศในทวีปยุโรปมหาศาล ส่งผลกระทบต่อผู้โดยสารนับล้านๆ คน
ทิ้งท้ายกับภัยธรรมชาติในวันที่ 31 มีนาคม 2553 เกิดแผ่นดินไหวรุนแรงในอ่าวเบงกอล วัดขนาดแรงสั่นสะเทือนได้ 6.8 ริคเตอร์ที่หมู่เกาะอันดามันแอนด์ นิโคบาร์ ในอ่าวเบงกอล
เดือนถัดมาเรียกว่า "ภัยธรรมชาติ" หายใจรดต้นคอโลกใบนี้ราวกับโกรธแค้น วันที่ 7 เมษายน 2553 เมื่อเวลา 05.15 น. (ตามเวลาท้องถิ่น) ขณะที่คนกำลังหลับใหล เกิดเหตุการณ์แผ่นดินไหวนอกชายฝั่งของเกาะสุมาตรา ประเทศอินโดนีเซีย มีความรุนแรง 7.8 ริกเตอร์ ไม่มีรายงานผู้ได้รับบาดเจ็บหลังจากนั้นเกิดคลื่นสึนามิ สูง 1.5 ซม.ใกล้ศูนย์กลางแผ่นดินไหว ซึ่งเป็นคลื่นขนาดเล็ก
อีก 1 อาทิตย์ถัดมา เกิดภูเขาไฟใต้ธารน้ำแข็งตอนใต้ของเกาะไอซ์แลนด์ระเบิดปะทุขึ้นฟ้าสูงถึง 8 กิโลเมตร ฝุ่นขี้เถ้าลอยสูงกว่า 6 พันเมตร และฟุ้งกระจายไปทั่วประเทศ และหลายประเทศในยุโรปตั้งแต่วันที่ 14 เม.ย.เป็นต้นมา กลุ่มควันและเถ้าละอองปลิวฟุ้งขึ้นไปบนท้องฟ้าก่อให้เกิดอันตรายกับเครื่อง ยนต์ไอพ่นของเครื่องบินโดยสารเที่ยวบินในภูมิภาคยุโรปต้องยกเลิกเที่ยวบิน สร้างความโกลาหนอย่างมากมาย
ในวันเดียวกันที่ประเทศจีนเกิดแผ่นดินไหวซ้ำอีก มีความรุนแรง 6.9 หรือ 7.1 ริกเตอร์ บริเวณเขตปกครองตนเองยูซู มณฑลชิงไห่ สาธารณรัฐประชาชนจีน เมื่อเวลา 07.49 น. (ตามเวลาในท้องถิ่น) สำนักข่าวซินหัวของประเทศจีน รายงานว่ามีผู้เสียชีวิตอย่างเป็นทางการ 2,220 ราย สูญหาย 70 ราย และบาดเจ็บ 12,135 ราย ซึ่งในที่นี้บาดเจ็บสาหัสเกือบ 2 พันราย
เหตุการณ์โลกพิโรธต่อมาเกิดขึ้นวันที่ 15 พฤษภาคม 2553 พายุทอร์นาโด และพายุลูกเห็บที่เมืองซุ่ยหัว ซึ่งอยู่ห่างจากเมืองฮาร์บินประมาณ 120 กิโลเมตร ในมณฑลเฮยหลงเจียง ทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือของสาธารณรัฐประชาชนจีน ทำให้มีผู้เสียชีวิต และได้รับบาดเจ็บมากมาย
วันที่ 1 มิถุนายน 2553 เกิดแผ่นดินไหวขนาด 6.4 ริกเตอร์ที่นอกหมู่เกาะอันดามันของอินเดียที่ระดับความลึก 127 กิโลเมตร และมีศูนย์กลางแผ่นดินไหวห่างประมาณ 120 กิโลเมตร จากเมืองพอร์ตแบลร์ของหมู่เกาะอันดามัน
วันที่ 5 มิถุนายน 2553 เกิดพายุทอร์นาโดพัดถล่มทางภาคตะวันตกด้านกลางของสหรัฐอเมริกา
วันที่ 7 มิถุนายน 2553 ภูเขาไฟระเบิดที่ประเทศคู่แค้นกับอเมริกา "รัสเซีย" และมีรายงานข่าวภูเขาไฟระเบิดอย่างต่อเนื่องมากถึง 3 ครั้งต่อชั่วโมงที่ประเทศเอควาดอร์
วันที่ 9 มิถุนายน 2553 เกิดแผ่นดินไหวขนาดเกือบ 6 ริกเตอร์ ที่บริเวณประเทศฟิลิปปินส์ นอกจากนั้นยังเกิดแผ่นดินไหวที่เกาะวาเนาตู (Vanautu) ขนาด 6.0 ริกเตอร์อีกต่างหาก
วันที่ 10 มิถุนายน 2553 เกิดน้ำท่วมขนาดใหญ่ที่รัฐเท็กซัส ของมหาอำนาจสหรัฐอเมริกา
วันที่ 12 มิถุนายน2553 ราวตี 1 เกิดแผ่นดินไหวขนาด 7.5 ริกเตอร์ ที่นอกชายฝั่งประเทศอินเดีย ซึ่งห่างจากซีกตะวันตกของหมู่เกาะนิโคบาร์ไปประมาณ 150 กิโลเมตรที่ความลึก 35 กิโลเมตร
วันที่ 13 มิถุนายน 2553 เหตุภัยพิบัติพายุฝน และดินถล่มทางตอนใต้ของประเทศจีน ซึ่งได้คร่าชีวิตชาวจีนไปจำนวนหนึ่ง สำหรับมูลค่าความเสียหายทางเศรษฐกิจคิดเป็นเงินประมาณ 43,000 ล้านหยวน และมีผู้อพยพกว่าเกือบ 3 ล้านคน
วันที่ 16 มิถุนายน 2553 เกิดเหตุแผ่นดินไหวบริเวณเกาะไบแอ็ก (Biak) อยู่ในมหาสมุทรแปซิฟิกทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือของเกาะปาปัว วัดความสั่นสะเทือนได้ 6.2 ริกเตอร์
วันที่ 18 มิถุนายน 2553 ประเทศจีนเกิดน้ำท่วมและแผ่นดินถล่มฉับพลันในพื้นที่ 74 เมือง ของ 6 มณฑล ประมาณการณ์ว่าประชาชนกว่า 2.56 ล้านคนได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติครั้งนี้
เดือนกรกฎาคม วันที่ 14 เกิดเหตุน้ำท่วม และดินถล่มจากฝนตกหนักทางภาคใต้ของจีน ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตมากกว่า 400 คน
วันเดียวกัน เหตุการแผ่นดินไหวอินโดนีเซียขนาด 5.6 ริกเตอร์
2 วันถัดมา หรือ วันที่ 16 กรกฎาคม 2553 เกิดพายุโซนร้อน "โกนเซิน" (Conson) ณ บริเวณทะเลจีนใต้ มีศูนย์กลางอยู่ห่างประมาณ 600 กิโลเมตร ทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ของเมืองฮานอย ประเทศเวียดนาม
ปลายเดือนกรกฎาคมจนถึงราวต้นเดือนกันยายน 2553 เกิดไฟป่าในรัสเซียนับหลายร้อยแห่ง เนื่องจากอุณหภูมิที่สูงที่สุดเท่าที่เคยบันทึกมาในประวัติศาสตร์รัสเซีย และความแห้งแล้งในภูมิภาค มีการประมาณผู้เสียจริงอาจสูงถึง 8,000 คน
สิงหาคม เริ่มต้นด้วยความเศร้าอีกครั้งในวันที่ 1 สิงหาคม 2553 ได้เกิดอุทกภัยรุนแรงทางตะวันตกเฉียงเหนือของปากีสถาน จากผลพวงของพายุฤดูร้อน ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตมากกว่า 1,000 ราย
* 8 สิงหาคม 2553 เกิดอุทกภัย และแผ่นดินถล่มที่จีน เนื่องมาจากฝนตกหนัก ที่เมืองทางตะวันตกเฉียงเหนือของประเทศจีน คร่าชีวิตประชาชนไปแล้วอย่างน้อย 127 คน สูญหายอีก กว่า 1,300 คน
* 7 วันถัดมาเกิดเหตุไฟป่าในโบลิเวียเป็นเหตุการณ์ที่นำไปสู่การประกาศสถานการณ์ ฉุกเฉินเนื่องจากพบว่ามีไฟป่าเกิดขึ้นมากกว่า 25,000 จุดทั่วประเทศ ไฟป่าได้ผลาญทำลายบ้านเรือนไปเกือบ 60 หลังคาเรือน
* 6 กันยายน 2553 โคลนถล่มกัวเตมาลา พบผู้เสียชีวิตและสูญหายพุ่งเกินกว่า 100 ราย
* มาถึงคิวประเทศไทย วันที่ 10-30 ตุลาคม 2553 เกิดอุทกภัยในประเทศไทย เป็นเหตุการณ์การเกิดน้ำท่วมในประเทศไทยหนักที่สุดในรอบหลายสิบปี ก่อให้เกิดความเสียหายอย่างหนักทั้งชีวิตและทรัพย์สินในหลายพื้นที่แบบที่ หลายคนยังประเมินความเสียหายไม่ได้
* 25 ตุลาคม 2553 แผ่นดินไหวที่อินโดนีเซีย ขนาดความรุนแรง 7.7
* 26 ตุลาคม 2553 ภูเขาไฟเมราปี (Merapi) ระเบิดซ้ำที่ประเทศอินโดนีเซีย โดยมีรัศมีการกระจายของขี้เถ้าขยายเป็นวงกว้างประมาณ 2-4 กิโลเมตร
* 27 ตุลาคม 2553 สึนามิถล่มซ้ำที่หมู่เกาะ เมนตาไว ประเทศอินโดนีเซีย ความรุนแรงถึง 7.2 ริกเตอร์ ทำให้มีผู้เสียชีวิต 108 คน และสูญหายราว 500 คน
* 1 พฤศจิกายน 2553 เป็นอีกครั้งหนึ่งที่กลายเป็นประวัติศาสตร์ความเสียหายของประเทศไทย กับการเดินทางผ่านของพายุดีเปรสชั่นถล่มภาคใต้ ฯลฯ
- พบปลาตายนับแสนตัวใน New Jersey เมื่อ 12 สิงหาคม 2553
- ปลาตายนับแสนตัวใน Lousiana เมื่อ 13 ตุลาคม 2553
- ปลาตายหลายพันตัวที่ประเทศออสเตรเลีย เมื่อ 19 ธันวาคม 2553
- พบค้างคาวตายประมาณ 70 ตัวใน Tucson เมื่อ 28 ธันวาคม 2553
- ปลาหมีกตายหลายพันตัวที่ชายหาดประเทศโปตุเกส เมื่อ 3 มกราคม 2554
- นกตายตายหลายร้อยตัว ใน Louisiana เมื่อ 4 มกราคม 2554
- ทั้งนกและปลาตายไปทั้งหมดประมาณ 100,000 ตัวใน Arkansas เมื่อ 4 มกราคม 2554
- ยังมีปลายตายเป็นจำนวนมากที่ประเทศบราซิล เมื่อ 4 มกราคม 2554
- ปูตายเป็นจำนวน 40,000 ตัว ที่ประเทศอังกฤษ เมื่อ 5 มกราคม 2554
- พบนกตายประมาณ 3,000 กว่าตัว ในสวีเดน เมื่อ 5 มกราคม 2554
- พบนกจำนวนมากตกมาจากฟากฟ้าในประเทศจีนเมื่อ 5 มกราคม 2554
- ปลาตายหลายพันตัวใน Spruce Creek เมื่อ 5 มกราคม 2554
- ปลาตายหลายร้อยตัว (ส่วนใหญ่เป็นปลากะพง) ที่ประเทศนิวซีแลนด์ เมื่อ 5 มกราคม 2554
- ยังมีนกตายเป็นจำนวนมากใน Wilson เมื่อ 6 มกราคม 2554
- นกตายหลายร้อยกว่าตัวใน Murray เมื่อ 6 มกราคม 2554
- นกตายหลายร้อยกว่าตัวในรัฐ Texas เมื่อ 6 มกราคม 2554
- พบปลาตายเป็นจำนวน 2 ล้านตัวใน Maryland เมื่อ 7 มกราคม 2554
- ยังมีนกตายหมู่ที่ประเทศใต้หวัน เมื่อ 8 มกราคม 2554
- นกตายประมาณ 50 กว่าตัวใน Holland เมื่อ 10 มกราคม 2554
- พบนกตายในตุรกีเป็นจำนวนมากเมื่อ 10 มกราคม 2554
- ปลาตายหลายพันตัวที่แม่น้ำ Yamuna ประเทศอินเดียเมื่อ 10 มกราคม 2554
- สัตว์ตายปริศนาเป็นจำนวนมากใน Itay 11 มกราคม 2554
- ยังมีปลาตายเพิ่มอีกใน Chicago เมื่อ 11 มกราคม 2554
- นกตายมากกว่า 100 ตัวใน California เมื่อ 11 มกราคม 2554
- พบนกตายเป็นจำนวน 300 กว่าตัวใน Athens 12 มกราคม 2554
- นกหลายร้อยตัวตายเพิ่มอีกในเมือง Alabama - สหรัฐอเมริกา เมื่อ 13 มกราคม 2554
- นกตายอีก 371 ตัวที่ Los Angeles 13 มกราคม 2554
- วัวตายพร้อมกัน 200 ตัวที่สหรัฐอเมริกา เมื่อ 14 มกราคม 2554
- แมวน้ำตายอีกหลายร้อยตัว ที่ประเทศแคนนาดา เมื่อ 17 มกราคม 2554
- วัวตายกว่าหนี่งหมื่นตัวที่ประเทศเวียดนาม เมื่อ 17 มกราคม 2554
- นกตายอีกกว่า 200 ตัวที่รัฐ Dakota สหรัฐอเมริกา เมื่อ 18 มกราคม 2554
- วัวป่าตายกว่า 55 ตัวโดยไม่ทราบสาเหตุที่นิวยอร์ก เมื่อ 20 มกราคม 2554
- นอกจากนั้นยังมีปลาตายจำนวนมากที่ประเทศออสเตรเลีย เมื่อ 20 มกราคม 2554
- ปลาตายหลายพันตัวที่แม่น้ำ Ditroit ประเทศแคนนาดา เมื่อ 21 มกราคม 2554
- พบควายตายกว่า 1,7000 ตัวที่ประเทศเวียดนามเมื่อ 21 มกราคม 2554
- นกตายจำนวนมากใกล้กรุงปักกิ่ง เมื่อ 21 มกราคม 2554
- ฝูงปลาวาฬ 24 ตัว ตายตรงชายฝั่งทางตอนเหนือของนิวซีแลนด์ เมื่อ 22 มกราคม 2554
27 ม.ค.2554
เกิดแผ่นดินไหวใต้ทะเลระดับ 6.1 ริกเตอร์ นอกชายฝั่งด้านตะวันตกของเกาะสุมาตราของอินโดนีเซีย ไม่มีรายงานความเสียหาย ข้อมูลจากสำนักงานสำรวจธรณีวิทยาแห่งชาติของสหรัฐฯ หรือ "ยูเอสจีเอส" ระบุว่า ศูนย์กลางของแผ่นดินไหวครั้งนี้อยู่ลึกลงไปใต้ทะเลราว 22.6 กิโลเมตร ใกล้กับที่ตั้งของเกาะซิมิวลูนอกชายฝั่งด้านตะวันตกของเกาะสุมาตรา และอยู่ห่างจากเมืองเมดาน เมืองเอกของเกาะสุมาตราประมาณ 255 กิโลเมตร
12 ก.พ.2554
เกิดแผ่นดินไหว 2 ครั้งซ้อน ระดับ 6.8 และ 5.6 ริกเตอร์ ใกล้กับเขต "บิโอ-บิโอ" ทางตอนกลางของชิลี โดยครั้งแรกศูนย์กลางของแผ่นดินไหวอยู่ลึกลงไปใต้ทะเลเพียง 28 กิโลเมตร และอยู่ห่างจากเมืองกอนเซ็ปซิออน ซึ่งเป็นเมืองเอกของเขตดังกล่าวไปทางเหนือเพียง 45 กิโลเมตร ไม่มีรายงานผู้เสียชีวิต นอกจากนี้ยังได้เกิดแผ่นดินไหวบนบกระดับ 5.6 ริกเตอร์ ที่เขตบิโอ-บิโอด้วยเช่นกัน โดยศูนย์กลางของแผ่นดินไหวคราวนี้อยู่ลึกลงไปใต้ดินเพียง 13.7 กิโลเมตร และอยู่ห่างจากเมืองเลบูไปทางตะวันออกไม่ถึง 25 กิโลเมตร แต่ไม่พบรายงานความเสียหายร้ายแรง
20 ก.พ.2554
เกิดแผ่นดินไหวใต้ทะเลระดับ 4.8 ใกล้กับหมู่เกาะโบนินของญี่ปุ่น ศูนย์กลางของแผ่นดินไหวอยู่ลึกลงไปในมหาสมุทรแปซิฟิกราว 38.6 กิโลเมตร โดยอยู่ห่างจากเกาะจิจิ-ชิมะ ในหมู่เกาะโบนินราว 165 กิโลเมตร และอยู่ห่างจากเกาะภูเขาไฟ "อิโว จิมะ" ราว 315 กิโลเมตร แต่ไม่มีรายงานความเสียหาย และในวันเดียวกันนี้ มีรายงานว่า เกิดแผ่นดินไหวระดับ 4.8 ที่นอกชายฝั่งของประเทศกัวเตมาลาทางตอนกลางของทวีปอเมริกา ศูนย์กลางอยู่ลึกลงไปใต้ทะเลราว 71.5 กิโลเมตร และอยู่ห่างจากเมืองเอสกินตลาของกัวเตมาลาไปทางตะวันออกเฉียงใต้ราว 90 กิโลเมตร แต่ไม่มีรายงานความเสียหาย
22 ก.พ.2554
เกิดเหตุแผ่นดินไหว วัดแรงสั่นสะเทือนได้ 6.3 ริกเตอร์ ที่เมืองไครสต์เชิร์ช ประเทศนิวซีแลนด์ โดยมีศูนย์กลางห่างจากเมืองไป 5 กิโลเมตร และลึกลงไปใต้พื้นดิน 4 กิโลเมตร เป็นเหตุแผ่นดินไหวใหญ่ครั้งที่ 2 ในรอบ 5 เดือน แรงสั่นสะเทือนทำให้บ้านเรือน สิ่งปลูกสร้าง และระบบสาธารณูปโภคในเมืองไครสต์เชิร์ช ได้รับความเสียหายอย่างหนัก มีรายงานยอดผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 161 ราย และคาดว่าจะมีมากถึง 240 ราย
เหตุแผ่นดินไหวครั้งนี้ ยังทำให้ส่วนหนึ่งของธารน้ำแข็ง "ทัสแมน" บริเวณชายฝั่งทิศตะวันตก ห่างจากเมืองไครสต์เชิร์ชไปประมาณ 200 กิโลเมตร ซึ่งถือว่าเป็นธารน้ำแข็งที่ใหญ่ที่สุดในประเทศนิวซีแลนด์ เกิดการแตกตัวกลายเป็นภูเขาน้ำแข็งหนักกว่า 30 ล้านตัน ก่อให้เกิดคลื่นสูง 3.5 เมตร พัดเข้าชายฝั่งและทะเลบริเวณใกล้เคียงเป็นเวลากว่า 30 นาที แต่ไม่มีรายงานความเสียหาย
วันเดียวกันนี้ ยังเกิดแผ่นดินไหวที่ฟิลิปปินส์ วัดแรงสั่นสะเทือนได้ 5.3 ริกเตอร์ จุดศูนย์กลางอยู่ห่างจากกรุงมะนิลาไปทางตะวันตกเฉียงใต้ 66 กิโลเมตร ลึกลงไปใต้พื้นดิน 137 กิโลเมตร แรงสั่นสะเทือนทำให้อาคารหลายแห่งสั่นไหว แต่ไม่มีรายงานความเสียหาย ผู้บาดเจ็บ และเสียชีวิต
23 ก.พ.2554
เกิดแผ่นดินไหวเพิ่มเติมแผ่นดินไหวในประเทศลาว ขนาด 4.7 ริกเตอร์ ศูนย์กลางห่างจาก อ.แม่จริม จ.น่าน ประมาณ100 กิโลเมตร แรงสั่นสะเทือนรับรู้ได้ในหลายจังหวัด แต่ไม่มีรายงานความเสียหาย
3 มี.ค.2554
เกิดแผ่นดินไหวที่เกาะมินดาเนา ประเทศฟิลิปปินส์ วัดแรงสั่นสะเทือนได้ 5.4ริกเตอร์ ลึกจากระดับผิวดิน60กิโลเมตร ไม่มีรายงานความเสียหาย
6 มี.ค.2554
เกิดแผ่นดินไหววัดความรุนแรงได้ 6.2 ริกเตอร์ในภาคเหนือของชิลี ศูนย์กลางแผ่นดินไหวอยู่ลึกลงไปใต้ดิน 87 กม. ในเมืองปูเตร ห่างจากกรุงซานติอาโก้ เมืองหลวงไปทางเหนือเกือบ 2,200 กม. ไม่มีรายงานความเสียหายรุนแรงและไม่มีผู้บาดเจ็บ โดยเหตุแผ่นดินไหวครั้งนี้เกิดขึ้นเพียงไม่กี่วันหลังชาวชิลีเพิ่งจัดงานไว้ อาลัยครบ 1 ปีเหตุแผ่นดินไหวครั้งรุนแรง 8.8 ริกเตอร์และสึนามิที่เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2553 ทำให้มีผู้เสียชีวิต 524 คนและสร้างความเสียหายราว 30,000 ล้านดอลลาร์
7 มี.ค.2554
เกิดแผ่นดินไหวรุนแรงระดับ 6.6 ริกเตอร์ นอกชายฝั่งหมู่เกาะโซโลมอน ประเทศในแถบแปซิฟิก ห่างจากกรุงโฮนีอารา เมืองหลวงหมู่เกาะโซโลมอนไปทางตะวันออกเฉียงใต้ราว 133 กิโลเมตร และอยู่ลึกลงไปราว 30 กิโลเมตร ไม่มีรายงานความเสียหาย
9 มี.ค.2554
สำนักงานอุตุนิยมวิทยาของญี่ปุ่นรายงานว่า เกิดแผ่นดินไหวรุนแรงทางชายฝั่งทะเลด้านตะวันออกเฉียงเหนือของญี่ปุ่น วัดแรงสั่นสะเทือนได้ 7.2 ริกเตอร์ ห่างจากเกาะฮอนชูไปทางตะวันออก 160 กิโลเมตร ทำให้อาคารหลายแห่งในกรุงโตเกียวสั่นไหว แต่ยังไม่มีรายงานความเสียหาย
10 มี.ค. 2554
เกิดเหตุแผ่นดินไหวความรุนแรง 5.8 ริกเตอร์ ณ บริเวณเขตอิ๋งเจียง ซึ่งห่างจากเมืองต้าหลี่ ในมณฑลยูนนาน ไปทางตะวันตก-ตะวันตกเฉียงใต้ ราว 225 กิโลเมตร ศูนย์กลางอยู่ลึกลงไปใต้พื้นดิน 34 กิโลเมตร ทางการจีนเปิดเผยว่ามีผู้เสียชีวิตไปแล้ว 24 คน ได้รับบาดเจ็บ 245 คน
11 มี.ค. 2554
เกิดเหตุแผ่นดินไหวขนาด 9 ริกเตอร์ ที่ญี่ปุ่น และเกิดคลื่นยักษ์สึนามิ สูงกว่า 10 เมตร บนเกาะฮอนชู ซึ่งอยู่ทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือของญี่ปุ่น ทำให้สิ่งปลูกสร้าง และบ้านเรือนประชาชนเสียหายเป็นจำนวนมาก และมีอาฟเตอร์ช็อคขนาดรุนแรงเกิดตามมาอีกหลายครั้ง แต่ความเสียหายขณะนี้ยังไม่สามารถสรุปได้
เพราะฉะนั้นอยากให้ทุกคนใช้ชีวิตทุกวันให้มีค่าที่สุด เพราะเราไม่สามารถรู้ได้ว่า จะเกิดอะไรกับเราขึ้นในแต่ละวัน
จงทำให้ตัวเองและครอบครัวรวมถึงคนรอบข้างเรามีความสุข แค่นี้เชื่อว่าเป้นสิ่งที่ดีที่สุดแล้ว
และสุดท้ายนี้ คุณได้ให้อะไรกับธรรมชาติ แหละนี่แหละคือสิ่งที่ธรรมชาติให้คุณกลับคืนมา
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)